วันที่ 22 กรกฎาคม 2557    |  ขณะนี้มีผู้ออนไลน์จำนวน 2 คน
 
 
 
 
 
 
ประชาสัมพันธ์ ยกระดับการควบคุมยาอัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2
 
 
       อย. ได้ออกประกาศเปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์ โดยยกระดับการควบคุมยาอัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 คือ ห้ามผลิต ขาย นาเข้า ส่งออก ยกเว้น กระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ได้รับมอบหมายมีผลทาให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองฯ จึงจะสามารถครอบครองได้ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป

นพ.วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า จากการที่สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการทบทวนมาตรการการควบคุมยาอัลปราโซแลม ซึ่งเดิมนั้นถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 แต่พบว่ามีการนาไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ เช่น การนายาไปเสพร่วมกับยาน้าแก้ไอ น้าใบกระท่อมต้ม และยังพบว่ามีการนาไปใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรม ดังนั้น อย. จึงได้มีการแก้ไขกฎหมายโดยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขจานวน 2ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 มีสาระสาคัญคือ ยกระดับยาอัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ซึ่งห้ามผลิต ขาย นาเข้า ส่งออก ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุข หรือ ผู้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข หากฝ่าฝืนมีโทษจาคุก 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กาหนดชื่อและปริมาณวัตถุออกฤทธิ์ที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาทันตกรรม (ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม) หรือผู้ประกอบการบาบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่ง (ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง) มีไว้ในครอบครองได้โดยไม่ต้องขออนุญาต พ.ศ. 2555 มีสาระสาคัญคือ จากการยกระดับการควบคุมอัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 แล้วนั้นมีผลทาให้ผู้ประกอบวิชาชีพทุกรายต้องขอรับใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ จึงจะมีไว้ในครอบครองอัลปราโซแลมได้

ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป ร้านขายยาไม่สามารถมีและขายยาอัลปราโซแลมให้กับผู้บริโภคได้อีกต่อไป ให้ดาเนินการส่งยาที่เหลืออยู่คืนให้แก่บริษัทผู้ผลิตหรือผู้ขายทั้งหมด ส่วนโรงพยาบาลของรัฐได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตครอบครองฯ สาหรับโรงพยาบาลของรัฐสังกัดหน่วยราชการอื่นๆ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ โรงพยาบาลเอกชน คลินิก ที่ไม่มีใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองฯ หากไม่ประสงค์จะครอบครองยา ให้ส่งคืนยาแก่ผู้ผลิตหรือผู้ขายก่อนวันที่ 17 มิถุนายน 2556 ด้วยเช่นกัน แต่หากประสงค์จะมีไว้ในครอบครองต้องดาเนินการขออนุญาต โดยสามารถยื่นคาขอพร้อมแนบเอกสารหลักฐานได้ที่ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ จังหวัดตรัง (One Stop Service Center; OSSC) สานักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง ในทุกวันและเวลาราชการ ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์กองควบคุมวัตถุเสพติด สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา http://narcotic.fda.moph.go.th/welcome/
18 กุมภาพันธ์ 2556